รูปทรงเครื่องลายครามเครื่องชามเบญจรงค์
[aioseo_breadcrumbs]
คลิกเพื่อโทรหาเรา
คลิกส่งรูปเพื่อประเมินราคา
ของสะสม เครื่องลายคราม เครื่องชามเบญจรงค์ มีหลากหลายรูปทรงและลักษณะที่สวยงามต่างกันตามการใช้งานในแต่ละประเภท บางชิ้นมีฝาปิดบางชิ้นก็ไม่มี ในส่วนของเครื่องลายคราม
เครื่องชามเบญจรงค์ที่มีฝาปิดนั้นจะต้องคู่กัน แนบสนิทเป็นอย่างดีปิดแล้วภาชนะจะมีลักษณะคล้ายเป็นชิ้นเดียวกัน เช่นนี้จะเรียกว่า ถูกฝา ถูกตัว เป็นต้น
รูปทรงของเครื่องลายครามเครื่องชามเบญจรงค์มีดังนี้
1. รูปทรงโถ
รูปทรงของภาชนะที่เรียกว่า “โถ” นั้นจะมีปากกว้างและมีฝาปิด โดยมากจะเป็นเครื่องปั้นดินเผาเคลือบผิว (ราชบัณฑิตยสถาน 2546) ส่วนใหญ่โถจะได้รับความนิยมนำมาเป็นภาชนะในแป้ง เครื่องสำอาง เครื่องบำรุง ประทันผิว อันจะเรียกว่า “โถปริก” รูปทรงโดยมากจะเป็นทรงกลมหรือทรงเฟือง มีฝาปิด และเครื่องชามใส่อาหาร วัตถุดิบในการปรุงอาหาร ฯลฯ นอกจากนี้โถยังสามารถแบ่งได้เป็น 4 ลักษณะตามการใช้งานดังนี้
- โถพลู จะมีลักษณะฝาปิดทรงสูงและเป็นทรงกลาง มักมีขาตั้งโถ
- โถน้ำมันหมู โถกะปิ โถซุป โถลายผักชีหรือโถลายดอกเบญจมาศ จะมีความแตกต่างกันในเรื่องของการใช้สีและลักษณะการใช้งาน ส่วนใหญ่นิยมนำมาเป็นของขวัญวันมงคล
- โถน้ำวุ้น เรียกตามประโยชน์ลักษณะการใช้งาน ที่นำมาใส่ขนมหรือน้ำเชื่อม เป็นต้น
- โถปริกหรือตลับปริก มีลักษณะแตกต่างจากโถชนิดอื่นๆ ด้วยการนำทองมาประดับบนฝา นิยมนำมาใช้ใส่เครื่องความงาม เครื่องใช้ประทินผิวพรรณ เครื่องประดับสำหรับผู้หญิง และมักจะจัดเป็นเซทคู่กันวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง
- โถทรงโกศ โถที่มีลักษณะทรงสูง มีฝาปิดคล้ายฉัตร โถทรงโกศนี้เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย
2. รูปทรงถ้วย
ถ้วย จาน ชาม มีทั้งแบบมีฝาและไม่มี ลักษณะการใช้งานส่วนใหญ่ใช้บนโต๊ะอาหาร และนิยมจัดเป็นเซทในขนาดที่แตกต่างกันตามการใช้งาน ถ้วย จาน ชาม เครื่องลายคราม เครื่องชามเบญจรงค์นี้หากเป็นชุดที่ไม่มีฝาปิดจะเป็นรูปทรงที่มาจากประเทศจีน และนอกจากนี้ ถ้วย จาน ชาม เครื่องลายคราม เครื่องชามเบญจรงค์ยังมีความแตกต่าง ดังนี้
- ชามทรงมะนาวตัด จะมีลักษณะปากผายก้นลึกและโดยทั่วไปแล้วจะมีฝาปิด เรียกว่า “ชามฝา” สังเกตได้จากฝาจะมีจุกเป็นลักษณะยอดฉัตรหนึ่งหรือสองชั้น มีขนาดประมาณ 8-25 เซนติเมตร
- ชามทรงบัว จะมีลักษณะเป็นชามปากกว้าง มีก้นลึกและขายกสูง
- จานหรือจานเชิง จะมีลักษณะกลมแบนคล้ายจาน โดยมากจะมีขอบ ใช้เป็นภาชนะใส่อาหาร
3. กาน้ำชาหรือปั้นชงชา
กาน้ำชาหรือปั้นชงชา จะมีลักษณะกว้างฐานเล็ก มีหูจับและพวยกา โดยมากจะจัดเป็นเซทมีทั้งปั้นชงชาและจอกชา ถาดชง และอาจมีแช่ปั้นชา ได้รับความนิยมในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นหรือช่วงรัชกาลที่ 2 โดยว่ากันว่า สมัยรัชการที่ 2 นั้นได้ทรงปั้นชงชารูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “ปั้นอย่าง” โดยมีการสั่งทำที่ประเทศจีน ในลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยนั้นจะมีชุดน้ำชา 2 แบบ
- แบบที่มีถ้วยชงชามีฝา 1 ใบและมีจานรอง 1 ใบ
- แบบที่มีถาดจัดถ้วยตวงหรือถ้วยชา 4 ใบ โดยอาจจะมีหรือไม่มีฝาก็ได้ มีปั้นชาที่มีจานรองหนึ่งหรือสองใบ เป็นต้น
ยังมีการกล่าวอีกว่าในรัชกาลที่ 3 และ 4 นั้น มีเครื่องชาหรือชุดจีน โดยชุดนี้เป็นงานศิลป์ที่ออกแบบของช่างศิลป์ไทย อันมีลักษณะเป็นถาดวงรีขนาดใหญ่ ในชุดจะประกอบด้วยถ้วยชงชาที่มีฝา 1 ใบ และถ้วยตวง 4 ใบ พร้อมกับอ่างรองปั้นชา
4. ทรงตลับ
ตลับ ภาชนะบรรจุเครื่องสำอาง เครื่องหอม มีลักษณะทรงกลม ทรงหกเหลี่ยม ทรงเหลี่ยม หรือเป็นรูปสัตว์ ขนาดเล็กและมีฝาปิด
ไม่เพียงเท่านั้นข้าวของเครื่องใช้ลายคราม เครื่องชามเบญจรงค์ ยังได้รับความนิยมนำมาทำกระถางต้นไม้ กระโถนและช้อนอีกด้วย